ห้องย่อย 4: ความเป็นธรรมทางภาษีของภาคประชาสังคม

                            ปัจจุบันยังขาดกฎหมายที่สนับสนุน ส่งเสริม และสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรภาคประชาสังคม โดยเฉพาะระบบการคลังเพื่อความยั่งยืน จึงมีความจำเป็นในการขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนา ปรับปรุงระบบ และกลไกทางนโยบาย กฎหมาย หรืออื่น ๆ ที่เอื้อต่อการสนับสนุนให้ภาคประชาสังคมมีความเข้มแข็งในการทำงาน อาทิ การมีมาตรการการยกเว้นภาษีให้แก่ภาคประชาสังคมที่ได้รับเงินอุดหนุนหรือเงินสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐ เพื่อส่งเสริมภาคประชาสังคมให้เป็นหุ้นส่วนการพัฒนาประเทศ (มาตรการระยะสั้น) ปรับปรุงระบบงบประมาณสนับสนุนของภาครัฐ (เงินอุดหนุนในระดับท้องถิ่น) เพื่อให้ภาคประชาสังคมสามารถเข้าถึงทรัพยากรได้ดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และต่อยอดการทำงานในระยะยาวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (มาตรการระยะยาว)

กำหนดการ

Sapphire 203

เวลา กิจกรรม
12.30-13.30 น. ลงทะเบียน
13.00-13.15 น. เปิดเวทีทักทาย
● รับชมวีดิทัศน์ “ ความเป็นธรรมทางภาษีของภาคประชาสังคม ”
● กล่าวต้อนรับ และชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดงาน

โดย ผศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา
กรรมการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม (คสป.)
อนุกรรมการด้านแผนงานการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม
13.45-15.00 น. เวทีเสวนา “ ถึงเวลาต้องทำ ?? : ความเป็นธรรมทางภาษีของภาคประชาสังคม ”
ช่วงที่ 1 : นำเสนอข้อมูล
  • อาจารย์บงกช ดารารัตน์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ
  • ช่วงที่ 2 : วิทยากรร่วมแลกเปลี่ยน
  • คุณชูวิทย์ จันทรส ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน
  • คุณกรองศักดิ์ บุญรักษา นักกฏหมายชำนาญการพิเศษ สสส.
  • คุณชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 2 สสส.
  • คุณกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)
  • สว.มณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา
  • ดำเนินรายการโดย คุณวีรพงษ์ เกรียงสินยศ
    กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิสุขภาพไทย
    อนุกรรมการด้านแผนงานการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม
    15.00-16.00 น. กระบวนการกลุ่มย่อยระดมความคิดเห็นและข้อเสนอ
    เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางภาษีของภาคประชาสังคม

  • ปัญหาอุปสรรคจากระบบภาษี
  • ข้อเสนอเชิงนโยบาย
  • ดำเนินกระบวนการโดย ทีมกล้าก้าว (บจก. กล้าก้าว อินสไปเรชั่น)
    16.00-16.30 น. สรุปผลความคิดเห็นและข้อเสนอ เครือข่ายภาคประชาสังคมมอบข้อเสนอเชิงนโยบาย
    “ ความเป็นธรรมทางภาษี ของภาคประชาสังคม ” ต่อผู้เกี่ยวข้อง
  • คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม (คสป.)
  • คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ
  • และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา
    กล่าวปิดเวที โดย ผศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา
                               เมืองที่ไม่ทิ้งใคร (Inclusive city) ต่างก็เป็นเมืองที่หลายเมืองใฝ่ฝัน เมืองที่ออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงพื้นที่และบริการทั้งหมดในเมืองได้อย่างสะดวกและไร้รอยต่อ ซึ่งการสร้างเมืองไม่ทิ้งใครไม่ใช่เรื่องง่าย หลายเมืองไม่รู้จะเริ่มสร้างอย่างไร จะต้องใช้กระบวนการ กลยุทธ์และวางแผนอย่างไรท่ามกลางข้อจำกัดที่มีอยู่อย่างมากมาย การจัดเวทีเสวนาในครั้งนี้จะนำเอาผู้บริหารเมืองและระบบขนส่งสาธารณะมาพูดคุยกันเพื่อนำเอาบทเรียน ประสบการณ์ ปัญหา อุปสรรคและความสำเร็จในการสร้างเมืองไม่ทิ้งใครมาเล่าสู่กันฟัง สร้างแรงบันดาลใจรวมถึงให้แนวทางในการพัฒนาแก่เมืองอื่นๆ ที่สนใจจะพัฒนาเมืองเพื่อคนทั้งมวล

    กำหนดการ

    Sapphire 205

    เวลา กิจกรรม
    12.30-13.30 น. ลงทะเบียน
    13.30-14.30 น. สสส.ขับ…ภาคีเคลื่อน: อารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล
    โดย คุณกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล
    14.30-15.00 น. นิทรรศการเมืองไม่ทิ้งใครและกิจกรรมนำเข้าสู่การเสวนาเมืองที่ไม่ทิ้งใคร
    15.00-16.30 น. เสวนาเรื่อง “เมืองในอนาคตควรเป็นแบบไหน เมืองอัจฉริยะ เมืองน่าอยู่ หรือเมืองที่ไม่ทิ้งใคร”
  • เมืองดีเด่นด้านการออกแบบเมืองเพื่อคนทั้งมวลของประเทศญี่ปุ่นสร้างได้อย่างไร
    ตัวแทนจากเทศบาลเมือง Akashi ประเทศญี่ปุ่น
  • กรุงเทพ…เมืองท่องเที่ยว เมืองอัจฉริยะ เมืองน่าอยู่ หรือเมืองที่ไม่ทิ้งใคร
    ตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร
  • ทิศทางและอนาคตการพัฒนาเมืองรอบสถานีขนส่ง (TOD) ของประเทศไทย
    ตัวแทนจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร
  • ผู้ดำเนินรายการ: นายสว่าง ศรีสม
    ประธานฝ่ายแผนงานและโครงการ ภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ (T4A)
    16.30-17.00 น. เสียงจากเครือข่ายเมืองที่ไม่ทิ้งใคร : ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อเมืองที่ไม่ทิ้งใคร

    ความเป็นธรรมทางภาษีของภาคประชาสังคม

    หรือไม่ว่า ในแต่ละปีประเทศของเราต้องสูญเสียรายได้ไปกับการลดหย่อนภาษีให้กับกลุ่มผู้ที่มีรายได้สูง เฉลี่ยปีละ 2 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นเงินจำนวนไม่น้อยสำหรับการพัฒนาประเทศชาติ แต่ในทางกลับกันองค์กรภาคประชาสังคม หรือองค์กรที่ทำงานเพื่อประชาชนโดยไม่แสวงผลกำไร กลับต้องเป็นผู้รับผิดชอบภาระต่าง ๆ มากมายในเรื่องของภาษี หรือโดนเอารัดเอาเปรียบจากข้อกฎหมายที่ขาดความชัดเจน

    “ภาษี” หรือหนี้ที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด ระบบที่ควรจะมีความชอบธรรมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่ภาษีขาดความชอบธรรม หรือเริ่มมีการถูกเอารัดเอาเปรียบจากด้านบนลงมาสู่ด้านล่าง เพื่อบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาหรือปรับปรุงระบบและกลไกทางนโยบาย กฎหมาย และกลไกทางสังคมอื่น ๆ ที่เอื้อต่อการสนับสนุนให้องค์กรภาคประชาสังคมมีความเข้มแข็งในการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ในการประชุมครั้งนี้จึงได้มีการหยิบประเด็นสำคัญ “ความเป็นธรรมทางภาษีของภาคประชาสังคม” มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักวิชาการ หน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกับตัวแทนภาคีจากทั้ง 10 จังหวัด เพื่อสร้างระบบภาษีที่มีคุณภาพให้สังคมไทยในระยะยาว

    ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะมาร่วมกันหยุดความเหลื่อมล้ำในสังคมที่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า วันนี้ อาจารย์บงกช ดารารัตน์ ได้ออกมาพูดถึงประเด็น “ความเป็นธรรมทางภาษีของภาคประชาสังคม” ซึ่งตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมลงมือ ลงแรง เพื่อที่จะ “สร้างความเป็นธรรมทางภาษี จุดหมายปลายทางคือสร้างความมั่นคงทางสังคม”

    ก่อนที่เราจะมาหาแนวทางแก้ไขปัญหา อาจารย์บงกช ดารารัตน์ ได้อธิบายให้เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นบนระบบภาษีของประเทศไทย อันดับแรกองค์กรประชาสังคมนั้นได้มีการพัฒนาศักยภาพมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นการใช้กลยุทธ์เชิงรุก ไม่รอให้ปัญหาบานปลาย แต่จะเน้นไปที่การเข้าแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงที แต่ด้วยระบบภาษีที่เรียกได้ว่าล้าหลัง ไม่ว่าจะด้านความถูกต้องในการบังคับใช้ หรือจะเป็นความไม่ชัดเจนของข้อกฎหมายที่มักสร้างปัญหาตามมาในภายหลังให้กับภาคประชาสังคม และส่งผลให้ไม่สามารถเข้าช่วยเหลือสังคมได้อย่างที่ควรจะเป็น

    และถึงจะมีเงื่อนไขที่ว่าด้วย “ภาคประชาสังคมที่มีการขึ้นทะเบียนเป็น องค์กรสาธารณกุศล จึงจะได้รับการยกเว้นภาษี” ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นทางออก แต่สุดท้ายเรากลับต้องพบกับทางตัน กำแพงสูงชันที่มีเงื่อนไขต่าง ๆ มากมายเกินความจำเป็น ยกตัวอย่างเช่น ต้องก่อตั้งมาอย่างน้อย 3 ปี ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขที่ไม่จำเป็นหากต้องการพัฒนาประเทศให้ทันท่วงที นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขต่าง ๆ มากมายที่คอยฉุดรั้งประสิทธิภาพการทำงานของภาคประชาสังคม

    ถ้าทุกคนคิดว่าเป็นความบกพร่องทั้งหมดมีเพียงเท่านี้แล้วล่ะก็ ต้องขอบอกเลยว่ายังมีอีกมากมายหลายประเด็น เช่น เงินสนับสนุนจากรัฐมีการเรียกเก็บภาษี โดยคิดจากรายได้ ไม่หักรายจ่าย หรือขาดทุน ซึ่งถือเป็นการเรารัดเอาเปรียบอย่างเห็นได้ชัดโดยรัฐบาลเอง และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ “การรับทุนสนับสนุน ไม่ใช่ การรับจ้างทำของ” ควรมีการหักค่าใช้จ่ายก่อนคำนวณภาษี และไม่ได้เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความมั่งคั่ง และการทำของควรมีการแบ่งหมวดหมู่ที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถเก็บภาษีได้อย่างถูกต้องตรงตามบริบท

              นอกจากนี้ยังมีการร่วมแลกเปลี่ยนความรู้จากหลายฝ่าย โดย คุณชูวิทย์  จันทรส ได้ออกมาตีแผ่มุมมองของปัญหาที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมจากประสบการณ์ตรง อย่างการโดนบีบบังคับให้เสียภาษีเกินความจำเป็น งบประมาณที่ล่าช้าจนหลายครั้งเจ้าหน้าที่องค์กรประชาสังคมต้องควักเงินส่วนตัว มาถึงตรงนี้คงเข้าใจกันดีเลยว่าทำไมภาษีควรเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่สิ่งที่ภาคประชาสังคมต้องแบกรับไว้เพียงผู้เดียวอีกต่อไป แต่ควรเป็นการร่วมกันผลักดันให้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขเสียที และน่าแปลกใจที่ “เรายังไม่มีข้อกฎหมายที่เอื้อให้รัฐ ทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม” ที่ชัดเจน และใช้งานได้จริง

    คุณชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ได้ออกมาพูดขยายให้มุมมองที่มีต่อระบบภาษีให้เราได้เข้าใจ และตระหนักถึงผลกระทบที่กำลังจะตามมายิ่งขึ้น โดยท่านได้นิยามคำว่า “สุขภาพ” ไว้ว่าสุขภาพ ณ ที่นี้หมายถึงด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญา การที่เราต้องพบเจอกับความไม่ชอบธรรมด้านภาษี ถ้าเราคิดถึงผลกระทบให้รอบด้านจะรู้ได้ว่าไม่ได้ต่างจากการเสียสุขภาพเลยแม้แต่น้อย หรืออธิบายให้เข้าใจกันง่าย ๆ ว่า สุขภาพของเราแย่ลงทุกวัน เพราะระบบภาษีที่ขาดความเป็นธรรมาภิบาล

              และยังมีแนวคิดที่น่าสนใจไม่น้อย เช่น เราควรมี พรบ. เอ็นจีโอ หรือ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมความเข้มแข็งองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อสร้างความชอบธรรมให้การเรียกเก็บภาษีจากการทำของให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ตามจุดประสงค์ และรูปแบบการปฏิบัติงาน

    การเราจะทำเป้าหมายให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีต้องพึ่งพาความร่วมมือ ร่วมใจจากทุกภาคส่วนหรือแม้แต่ประชาชนอย่างเราเองก็มีหน้าที่ปกป้องความชอบธรรมภายในประเทศเช่นกัน วันนี้เราได้รับรู้ปัญหาต่าง ๆ มากมายร่วมกัน และมีการร่วมเสนอแนวคิดในการแก้ไขระบบภาษีภายในประเทศให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ชัดเจน และมีความเป็นธรรมภิบาล เพื่อเป็นการลดภาระหน้าที่ให้กับองค์กรประชาสังคมให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และ “การสร้างความเป็นธรรมทางภาษี จุดหมายปลายทางคือสร้างความมั่นคงทางสังคม”

    บทความ: งานประชุมวิชาการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน : ประชากรกลุ่มเฉพาะ ครั้งที่ 2 วันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ 2566
    โดย บริษัท ออลไรท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

    ความคิดเห็น ข้อมูลและบทสรุปที่นำเสนอในห้องย่อย ถือเป็นความคิดเห็นร่วมกันของเครือข่ายในห้องย่อยเท่านั้น
    ทั้งนี้ จะถูกรวบรวมและนำไปเสนอเชิงนโยบายต่อไป

    Please wait while flipbook is loading. For more related info, FAQs and issues please refer to documentation.


    Download
    Shares:
    QR Code :
    QR Code

    Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *

    Please input comment