ห้องย่อย 1: ปัญหาและอุปสรรคในการเข้าไม่ถึงหลักประกันทางสุขภาพของประชากรกลุ่มเฉพาะ

                            แม้การเข้าไม่ถึงหลักประกันทางสุขภาพของประชากรกลุ่มเฉพาะ จะเป็นปัญหาที่ปรากฎในกลุ่มประชากรเฉพาะหลายกลุ่ม ทั้งคนจนในเขตเมือง คนไร้บ้าน กลุ่มชาติพันธุ์ และแรงงานข้ามชาติ แต่ภายใต้ความแตกต่างของกลุ่มประชากรที่ประสบปัญหาก็มีจุดร่วมบางประการ ที่สามารถนำมาเป็นข้อเสนอแนะในเชิงระบบ รวมถึงแลกเปลี่ยนในเชิงประสบการณ์ทำงานและนโยบายเพื่อให้เกิดความครอบคลุมของหลักประกันทางสุขภาพของประชากรกลุ่มเฉพาะ

กำหนดการ

Sapphire 201

เวลา กิจกรรม
12.30-13.00 น. ลงทะเบียน
13.00-13.45 น. เกมบัตรคำ “ยังมีใครที่ต้องไร้สิทธิ”
เกมบัตรคำบทบาทสมมติซึ่งสะท้อนประเด็นความเหลื่อมล้ำของการเข้าไม่ถึงหลักประกันทางสังคมและสุขภาพของกลุ่มผู้มีปัญหาสิทธิสถานะกลุ่มต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนประเด็นปัญหาตลอดจนอุปสรรคจากประสบการณ์ทำงาน รวมถึงความคาดหวัง/ข้อเสนอต่อการทำงาน
ดำเนินรายการโดย
คุณวรรณา แก้วชาติ เครือข่ายคนไทยไร้สิทธิ
คุณอนรรฆ พิทักษ์ธานิน สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
13.45-14.00 น. รับชมวิดีทัศน์บทสะท้อนการดำเนินงาน “การทำงานเครือข่ายคนไทยไร้สิทธิ…เพื่อไม่ให้ใครต้องไร้สิทธิ”
14.00-14.20 น. กล่าวต้อนรับและนำเข้าสู่การสานเสวนา “ไม่มีใครต้องไร้สิทธิ อย่าให้ใครต้องไร้สิทธิ”
โดย คุณศรีสุวรรณ ควรขจร กรรมการบริหารแผนคณะที่ 2
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
14.20-16.00 น. ความเหมือนที่แตกต่าง: บทเรียนธนาคารเวลา…ภาคี สสส.
การสานเสวนาในประเด็นสิทธิสถานะทางทะเบียนที่สัมพันธ์กับปัญหาและอุปสรรคการเข้าไม่ถึงหลักประกันทางสุขภาพและความเหลื่อมล้ำทางสุขภาวะของประชากรกลุ่มเฉพาะซึ่งสามารถนำไปสู่ข้อเสนอแนะในเชิงระบบ รวมถึงแลกเปลี่ยนในเชิงประสบการณ์ทำงานและนโยบายเพื่อให้เกิดความครอบคลุมของหลักประกันทางสุขภาพของประชากรกลุ่มเฉพาะ
นำการพูดคุย โดย

  • ภญ.ดร.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
  • นพ.สวัสดิ์ชัย นวกิจรังสรรค์ นายเเพทย์ชำนาญการพิเศษ (ด้านเวชกรรม)
    ผู้อำนวยการกองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข
  • คุณสุริยศักดิ์ เหมือนอ่วม
    ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
  • คุณสุมิตร วอพะพอ องค์การแพลนประเทศไทย
  • คุณวีระ อยู่รัมย์ ผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา สำนักงานเชียงราย
  • คุณวรรณา แก้วชาติ มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย
  • นพ.อานนท์ กุลธรรมานุสรณ์ สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ
  • คุณกฤติยาณี ยื่นกระโทก ตัวแทนเครือข่ายคนไทยไร้สิทธิ
  • คุณณัฐพงศ์ เหมือนรุ่ง ตัวแทนเครือข่ายคนไทยไร้สิทธิ
  • 16.00-16.30 น. การสานเสวนาเพื่อก้าวต่อไปของการขับเคลื่อน
    “มุ่งสู่อนาคตร่วมกัน…การผลักดันนโยบายในระดับพื้นที่และระดับประเทศเพื่อไม่ให้ใครต้องไร้สิทธิ”

    การสานเสวนาแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายในภาพรวมและภาพย่อยในการขับเคลื่อนและสร้างความยั่งยืนของกลไกการเข้าถึงสิทธิสถานะทางทะเบียนและหลักประกันทางสุขภาพของประชากรกลุ่มเฉพาะเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมทางสุขภาวะ
    นำการพูดคุย โดย

  • นพ.ขวัญประชา เชียงไชยสกุลไทย
    ประธานคณะทำงานพัฒนาการเข้าถึงบริการระบบหลักประกันสุขภาพ
    ของกลุ่มคนไทยที่มีปัญหาสถานะ สปสช.
  • คุณอนรรฆ พิทักษ์ธานิน
    สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • 13.45-14.00 น. แลกเปลี่ยนเรียนรู้….ชมนิทรรศการ “ไร้บ้าน ไม่ไร้สิทธิ”
    โดย ภาคีเครือข่าย สสส.และผู้ร่วมงานเรียนรู้

    ความท้าทาย...คืนสิทธิให้คนไทยไร้สิทธิกับก้าวต่อ

    นับตั้งแต่มีการลงนามบันทึกความร่วมมือ “การดำเนินงานพัฒนาการเข้าถึงสิทธิหลักประกันสุขภาพของคนไทยที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน” เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2563 ระหว่าง 9 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย และ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อบูรณาการความร่วมมือดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ยังเข้าไม่ถึงบริการในระบบหลักประกันสุขภาพ

    ปัญหาและอุปสรรคในการเข้าไม่ถึงหลักประกันทางสุขภาพของประชากรกลุ่มเฉพาะ

    การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสิทธิสถานะของคนไทยที่ตกหล่นจากสิทธิสถานะตามกรอบ MOU ถือว่าช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การทำงานเพื่อไม่ให้ใครต้องไร้สิทธิก้าวหน้าไปมาก แม้ยังมีปัญหาและอุปสรรคที่เครือข่ายคนไทยไร้สิทธิต้องฟันฝ่า ในงานประชุมวิชาการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน : ประชากรกลุ่มเฉพาะ ครั้งที่ 2 “2nd Voice of the voiceless: the vulnerable populations” มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในห้องย่อย “ปัญหาและอุปสรรคในการเข้าไม่ถึงหลักประกันทางสุขภาพของประชากรกลุ่มเฉพาะ” หัวข้อ “ไม่มีใครต้องไร้สิทธิ อย่าให้ใครต้องไร้สิทธิ” โดยคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสุขภาวะคนไร้บ้าน และเครือข่ายคนไทยไร้สิทธิ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ หรือ สำนัก 9 สสส.

    ใครไม่มีเลขบัตรประชาชนบ้าง ใครมีสิทธิรักษาพยาบาลประกันสังคม สิทธิราชการ สิทธิบัตรทองบ้าง ใครมีสิทธิได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ ใครมีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ สิทธิคนละครึ่ง ใครมีสิทธิประกอบอาชีพได้ตามกฎหมาย ใครมีสิทธิซื้อบ้านซื้อรถ ใครมีสิทธิแจ้งความได้ตามกฎหมายได้รับการคุ้มครอง คุณอนรรฆ พิทักษ์ธานิน สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคุณวรรณา แก้วชาติ เครือข่ายคนไทยไร้สิทธิ เปิดกระบวนการเกมบัตรคำกับภาคีเครือข่ายที่มาร่วมกิจกรรม

    ในการเล่นเกมคนที่มีบัตรประชาชนตัวเลข 13 หลักเป็นคนไทย มีสิทธิขั้นพื้นฐานทุกอย่าง ขณะที่แรงงานถูกกฎหมาย ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานแต่บางสิทธิไม่เท่ากับคนไทย แต่คนที่ไม่มีบัตรอะไรยืนยันเลยกลายเป็น “คนไร้สิทธิ” บทบาทสมมติที่สะท้อนประเด็นความเหลื่อมล้ำของการเข้าไม่ถึงหลักประกันทางสังคมและสุขภาพของกลุ่มผู้มีปัญหาสิทธิสถานะกลุ่มต่าง ๆ โดยทุกคนให้สัญญากันจะไม่ทิ้งคนกลุ่มนี้ไว้เบื้องหลังแน่นอน

    ปัญหาและอุปสรรคในการเข้าไม่ถึงหลักประกันทางสุขภาพของประชากรกลุ่มเฉพาะ

    ศรีสุวรรณ ควรขจร คณะกรรมการบริหารแผน คณะที่ 2 สสส. มองว่า ปลายทางที่ทุกคนจะได้เลข 13 หลัก ยังคงเป็นเรื่องยาก เหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา ในความยากเราต้องเข้าใจทุกฝ่าย ทั้งข้าราชการที่มีมุมคิดทรรศนะกรอบของความมั่นคง หรือ Mindset ครอบงำชี้นำรัฐไทย จากลงพื้นที่พบว่า เรื่องสิทธิต่าง ๆ เป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน มีหลายชั้น สิทธิที่ทุกคนต้องการอย่างมากอาจไม่ใช่เรื่องที่ได้มาง่ายและไม่ใช่เรื่องจำเป็นเฉพาะหน้า แต่การเจ็บป่วยไปหาหมอการรักษาพยาบาลปัจจุบันไม่ได้ยากเหมือนการเรียนหนังสือในโรงเรียน อย่างโรงเรียนตำรวจตะเวนชายแดนก็รับเด็กแล้วเรียนได้เลย แต่ยังคงเป็นปัญหาในระยะยาว เพราะต้องตอบโจทย์ เช่น เด็กจบมา สมัครงานอย่างไร สมัครไม่ได้ เรียนไปทำไม ถ้าทำงานไม่ได้  

    มองสังคมไทยในอนาคต เมื่อเด็กเกิดน้อยมาก 5 แสนต่อปี เพื่อนบ้านจะหลั่งไหลเข้ามาทำงานมากขึ้น คนจะมีปัญหาสถานะเยอะมากเนื่องมาจากความหลากหลาย รัฐไทยต้องอยู่ให้ได้ในความหลากหลายต่อเนื่องต่อไป ขณะเดียวกันรัฐไทยจะมีวุฒิภาวะที่โตขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อว่า ปัญหาก็จะคลี่คลายดีขึ้นเช่นกัน ในฐานะคนทำงานจะต้องทำงานที่ยากร่วมกัน ยอมรับการมีอยู่ สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง มีความหวัง มีความเชื่อใจกัน ใช้หลักเมตตาธรรม เพื่อประคับประคองในช่วงที่ยากลำบากไปด้วยกัน

    ในการเสวนา “ไม่มีใครต้องไร้สิทธิ อย่าให้ใครต้องไร้สิทธิ” พูดถึงประเด็นสิทธิสถานะทางทะเบียนที่สัมพันธ์กับปัญหาและอุปสรรคการเข้าไม่ถึงหลักประกันทางสุขภาพและความเหลื่อมล้ำทางสุขภาวะของประชากรกลุ่มเฉพาะ ที่นำไปสู่ข้อเสนอแนะในเชิงระบบ รวมถึงแลกเปลี่ยนในเชิงประสบการณ์ทำงานและนโยบายเพื่อให้เกิดความครอบคลุมของหลักประกันทางสุขภาพของประชากรกลุ่มเฉพาะ

    ปัญหาและอุปสรรคในการเข้าไม่ถึงหลักประกันทางสุขภาพของประชากรกลุ่มเฉพาะ

    คุณวรรณา แก้วชาติ มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เล่าว่า เริ่มทำงานเรื่องของคนไร้สิทธิ ตั้งแต่ปี 2561 จากการที่ได้ทำงานกับคนไร้บ้าน พี่น้องป่วยเสียชีวิตไม่มีโอกาสหาหมอ เพราะไม่มีบัตรประชาชน ทำอย่างไรให้เขาเข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาล เป็นจุดเริ่มต้นที่ได้เสนอข้อเสนอกับรัฐบาลในยุคนั้น เมื่อรับข้อเสนอเครือข่ายสลัมสี่ภาคก็ได้มาทำงานเป็นคณะกรรมการคนไทยไร้สิทธิ ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน ปีแรกที่ทำงานก็ตระเวนไปตามเวทีประชุม คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า คนที่ไม่มีสิทธิเป็นแรงงานต่างด้าว แต่จริง ๆ ไม่ใช่ คนไร้สิทธิกลุ่มนี้ก็คือ คนไทยที่มีปัญหาการพิสูจน์สถานะ

    “มูลนิธิฯ ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ให้สำรวจคนไร้บ้านใน 26 จังหวัด พบว่า มีคนไร้บ้านที่เข้าไม่ถึงสิทธิจริง 500 ราย จากนั้นทำความร่วมมือใครจะช่วยอะไรได้บ้าง กระทรวงมหาดไทยสมัยนั้นยังไม่ได้ทำงานร่วมกันแบบนี้ ก็ถูกปิดประตูใส่ ต้องสอดคำร้องใต้ประตู จนปัจจุบันทำงานลดความขัดแย้งได้ สามารถช่วยคนไร้บ้านที่มีปัญหาเข้าไม่ถึงสิทธิได้ 200 ราย ตอนนั้นได้หลายโรงพยาบาลเข้ามาช่วย รพ.อภัยภูเบศเป็นโรงพยาบาลแรก ๆ ที่ช่วยตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ รพ.ตลาด รพ.สรรพสิทธิประสงค์ รพ.หาดใหญ่ การที่งานประสบผลสำเร็จได้ส่วนหนึ่งเราเลือกคนที่อยากทำเห็นปัญหาร่วมกัน ตลอดหลายปีสามารถช่วยคนไร้บ้านไร้สิทธิจาก 800 เคส ช่วยได้ 500 เคส ที่ได้รับบัตรประชาชน พวกเขาได้กลับไปใช้ชีวิตอย่าที่คาดหวัง”

    คุณวีระ อยู่รัมย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา จังหวัดเชียงใหม่ แชร์ข้อมูลว่า ทำงานกับกลุ่มเด็กไร้สัญชาติ ตั้งแต่ปี 2542 เริ่มจากทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ ในชุมชน แล้วเจอเคสเด็กอายุ 10 ขวบ ไม่ได้เรียนหนังสือ ก็เปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และเอาเด็กโตไปสมัครเรียน ปรากฎว่า โรงเรียนไม่รับเพราะเด็กไม่มีสัญชาติ ไปอำเภอ ก็ตั้งคำถามว่าทำไม เป็นจุดเริ่มต้นการทำงาน โดยให้นักกฎหมายสัญชาติ ติวเข้ม 5 วัน เรียนรู้เรื่องกฎหมาย

    “เหตุที่เด็กไม่มีสัญชาติ สมัยก่อนการเดินทางลำบากมาก การแจ้งเกิดถ้าต้องเดินทางไกล ก็ไม่แจ้งดีกว่า สิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ไม่มีมากเหมือนสมัยนี้ คนไม่มีบัตรไม่เดือนร้อน พอมีสวัสดิการเพิ่มมากขึ้น ก็เริ่มเกิดปัญหา อย่างโรงเรียนที่มีงบสนับสนุนรายหัวไม่มีเอกสารตอนแรกก็เข้าเรียนไม่ได้ จนกระทรวงศึกษาธิการเปิดให้มีเด็กนักเรียนรหัส G ให้มีสิทธิเรียนหนังสือแต่ไม่มีสิทธิอื่น ซึ่งปัจจุบันมีเด็กรหัส G แสนกว่าคน หากพิสูจน์ได้ก็จะเปลี่ยนจากรหัส G เป็น รหัส 0 ถึงจะมีสิทธิ ก็ยังเป็นปัญหาที่ค้างอยู่ เพราะมีสิทธิบัตรเลข 0 แล้ว ด้านการรักษาพยาบาลก็ต้องเสียเงินอยู่ดี”  

    ผศ.ภญ. ดร.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ สปสช. ทำงานกับคนไร้สิทธิ หรือไม่มีบัตรไม่ใช่ภารกิจ การก้าวข้ามแนวคิดไม่ใช่ภารกิจ ถือว่างานนี้ประสบความสำเร็จแล้ว แต่ความสำเร็จนี้ไม่ใช่ของ สปสช. คนเดียว เพราะไม่สามารถขับเคลื่อนได้หากขาด 9 หน่วยงานที่เป็นพันธมิตรที่สำคัญ อย่างเช่น ช่วงที่ผ่านมาหากพบปัญหาและอุปสรรค สสส. สนับสนุนถอดบทเรียนชี้ให้เห็นนำร่อง สปสช. ก็รับลูก กระทรวงมหาดไทยก็รับไม้ต่อทำงานในภารกิจของเขา ไม่ได้ทำเกินหน้าที่ แต่เป็นการทำตามหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด 

    นพ.สวัสดิ์ชัย นวกิจรังสรรค์ รองผู้อำนวยการกองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ สธ. กล่าวว่า ชื่นชมเครือข่ายทำงานฝ่าฟันกันมาเยอะเป็นแรงผลักดันที่ทำให้กลุ่มคนไทยไร้สิทธิมีที่ยืนในสังคม มีสิทธิรักษาพยาบาล ในส่วนของกองเศรษฐกิจสุขภาพฯ ปฏิบัติตามมติ ครม. ปี 2553 ในการรับรองสถานะสิทธิเพื่อมีสิทธิรักษาสุขภาพ จากนั้นมีมติ ครม. ตามมาอีก 5 ฉบับ มาถึงจุดเปลี่ยนการเข้าถึงบริการสาธารณสุขทำให้คนที่ตกหล่นเข้าสู่ทะเบียนประวัติอีก 7 หมื่นกว่าคน ปัจจุบัน สธ. ไม่ได้หยุดนิ่งหรือตั้งรับมีการอนุมัติสิทธิขึ้นทะเบียนรอไว้ สำหรับบุคคลที่ได้รับสิทธิจากมหาดไทยแม้ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับหน่วยบริการอีกประมาณ 7 แสนคน อนาคตก็จะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้การจัดทำข้อมูล การขึ้นทะเบียนเป็นไปอย่างรวดเร็ว

    คุณกฤติยาณี ยื่นกระโทก เครือข่ายคนไทยไร้สิทธิจังหวัดปราจีนบุรี และ คุณณัฐพงศ์ เหมือนรุ่ง เครือข่ายคนไทยไร้สิทธิจังหวัดกาญจนบุรี บอกเล่าในฐานะคนทำงานกับพื้นที่ว่า การทำงานที่ผ่านมาในแต่ละเคส กว่าจะได้บัตรประชาชนแต่ละใบไม่ใช่เรื่องง่าย ยื่นคำร้องครั้งใด กว่าจะสำเร็จนั้นเรียกว่าน้ำตาไหลทุกใบ

    ขณะที่ตัวแทนส่วนการทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แจกแจงว่า การดูแลคนไทยตกหล่นเป็นหน้าที่หลักของกรมการปกครอง ซึ่งการเข้าสู่ทะเบียนราษฎร์มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนอยู่แล้ว แต่สำนักทะเบียนในพื้นที่อาจขาดความรู้ความเข้าใจ อย่างไรก็ตามองค์การปกครองยุคใหม่ ถือปัญหาคนไร้สิทธิเป็นภารกิจแก้ปัญหาเร่งด่วน การกำหนดจำแนกคนไทยมีปัญหาสถานะทางทะเบียน มี 3 กลุ่ม 1. คนไทยตกหล่นเนื่องจากไม่แจ้งเกิดไม่มีสูติบัตรไม่มีชื่อในทะเบียน 2. กลุ่มคนไทยที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง และ 3. กลุ่มคนไทยที่ถูกจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนราษฎร์ ทั้ง 3 กลุ่มมีแนวทางการแก้ไขชัดเจนหมดแล้ว

    “คนไทยตกหล่นกลุ่มแรก สามารถมาเพิ่มชื่อ แจ้งเกิดเกินกำหนดได้ ขึ้นอยู่กับเอกสารหลักฐาน การตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ เช่น ไม่มีหลักฐานอะไรเลยแต่เป็นคนไทยที่มีญาติพี่น้องหากติดตามตัวมาได้ก็เปิดให้ตรวจดีเอ็นเอฟรี เฉลี่ย 800 ราย นิติวิทยาศาสตร์ได้ 1,600 ราย ถ้ามีชื่อทะเบียนบ้านกลางให้ย้ายออก แต่ปัญหาคือต้องมีบ้านย้ายเข้า ส่วนกลุ่มคนไร้บ้านที่ไม่มีบ้าน อยู่ระหว่างเตรียม MOU ร่วมกับ พม. ในการหาทางออกมีการทำทะเบียนบ้านจังหวัดละหนึ่งฉบับ โดย พม. เป็นผู้คัดกรองเข้าเกณฑ์คนเร่ร่อนก็จะนำคนเหล่านี้ขอย้ายออกทะเบียนกลางมาทะเบียนจังหวัด กลุ่มสุดท้ายถูกจำหน่ายรายการ วิธีการแค่มายืนยันตัวตนให้ได้ โดยเมื่อ MOU แล้วจะมีการแจ้งเวียนแนวทางปฏิบัติไปยังทุกจังหวัด”

    จากนี้ก้าวต่อไปของการขับเคลื่อนของภาคีเครือข่าย เพื่อมุ่งสู่อนาคตร่วมกัน เป็นการก้าวที่จะผลักดันนโยบายในระดับพื้นที่และระดับประเทศเพื่อไม่ให้ใครต้องไร้สิทธิ ดังที่ … นพ.ขวัญประชา เชียงไชยสกุลไทย ประธานคณะทำงานพัฒนาการเข้าถึงบริการระบบหลักประกันสุขภาพของกลุ่มคนไทยที่มีปัญหาสถานะ สปสช. กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า โครงสร้างของสังคมไทยบางอย่างไม่เข้าใจปัญหา ทำให้คนไร้สิทธิไม่มีตัวตนในสังคมไทย เป็นเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน ไม่มีโอกาสเข้าถึง เหลือการบ้านอีกพอสมควรที่ขยับขับเคลื่อน ไปข้างหน้าสู้ต่อไป วันนี้เราได้แนวรวมการคืนเป็น “คนไทย” กับคนไทยที่มีปัญหาพิสูจน์สถานะ เป็นสิทธิที่เขาสมควรได้รับ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ช่วยกัน เปลี่ยนจากคราบน้ำตาเป็นรอยยิ้มในบัตรประชาชนทุกใบ

    ปัญหาและอุปสรรคในการเข้าไม่ถึงหลักประกันทางสุขภาพของประชากรกลุ่มเฉพาะ

    บทความ: งานประชุมวิชาการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน : ประชากรกลุ่มเฉพาะ ครั้งที่ 2 วันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ 2566
    โดย บริษัท ออลไรท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

    ความคิดเห็น ข้อมูลและบทสรุปที่นำเสนอในห้องย่อย ถือเป็นความคิดเห็นร่วมกันของเครือข่ายในห้องย่อยเท่านั้น
    ทั้งนี้ จะถูกรวบรวมและนำไปเสนอเชิงนโยบายต่อไป

    Please wait while flipbook is loading. For more related info, FAQs and issues please refer to documentation.


    Download
    Shares:
    QR Code :
    QR Code

    Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *

    Please input comment