ห้องย่อย 5: มุ่งสู่มาตรฐานการให้บริการคนพิการโดยชุมชน, คิด เห็น ทำ อย่างไร ให้ใจเกินร้อย

                            แลกเปลี่ยน พร้อมถอดบทเรียนรู้การขยายผลการทำงานของ Community-Based Rehabilitation: CBR ซึ่งคือ ศักยภาพชุมชน สู่การสร้างสรรค์พลังคนพิการอย่างยั่งยืนผ่านศูนย์บริการคนพิการที่ดำเนินการโดยชุมชน พร้อมคณะทำงานที่มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะ มุ่งเน้นให้คนพิการในพื้นที่ มีทั้งพลังกาย พลังใจ และเข้าถึงการบริการสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม พร้อมได้รับโอกาสฝึกอาชีพ ได้รับการศึกษา และการบริการทางสังคม

กำหนดการ

Sapphire 108

เวลา กิจกรรม
12.30-13.00 น. เปิดลงทะเบียน
13.00-13.20 น. ทักทาย สานพลัง
โดย ทีมกระบวนกร
13.20-14.20 น. เสวนาโอกาส อุปสรรค และข้อท้าทายของศูนย์บริการเพื่อมุ่งสู่มาตรฐาน การให้บริการคนพิการในชุมชน
ผู้ร่วมเสวนา โดย เครือข่ายศูนย์บริการคนพิการ 5 จังหวัด(ปัญหาของศูนย์บริการ,จุดเเข็ง)
1. นางจุรีรัตน์ เงินท๊อก พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ (ตัวแทนจากจังหวัดเชียงราย)
ประเด็นเส้นทางสู่ความยั่งยืน และมาตรฐานของศูนย์บริการคนพิการโดยชุมชน
2. นางวาสนา เกษอินทร์ กรรมการสมาคมสถาบันปัญญาวิถี (ตัวแทนจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน )
เส้นทางสู่ความยั่งยืน และมาตรฐานของศูนย์บริการคนพิการชาติพันธุ์โดยชุมชน
3. นางปภาวิณี คำโพนงาม ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคมเทศบาลเมืองดอกคำใต้(ตัวแทนจาก จ.เชียงราย)
เส้นทางสู่ความยั่งยืน และมาตรฐานของศูนย์บริการคนพิการจาก อปท. สู่ชุมชน
4. นางสมคิด หน่อคำ นักวิชากอิสระ(ตัวแทนจากจังหวัดลำปาง )
ประเด็นเส้นทางสู่ความยั่งยืน และมาตรฐานของศูนย์บริการคนพิการจาก รพ.สต.สู่ชุมชน
5. นายสิริมงคล จันทร์ขาว ครูการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
อำเภอเวียงแหง (ตัวแทนจากจังหวัดเชียงใหม่)
กระบวนการยกระดับสู่มาตรฐานศูนย์บริการคนพิการระดับอำเภอ
ดำเนินรายการโดย นางมัลลิกา ตะติยาพรพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพญาชมภู
14.20-14.50 น. บรรยายความรู้: ทำอย่างไรให้ผ่านมาตรฐานการเป็นศูนย์บริการ
โดย ผู้แทนกรม่ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
14.50-15.30 น. การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ โดยชุมชน (CBR)
โดย ผศ.ดร. พญ.ศิรินาถ ตงศิริ
15.30-16.00 น. แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สานพลัง คิด เห็น ทำ อย่างไร ให้ใจเกินร้อย (กระบวนการของคนทำงาน การสร้างพลังใจ การมีส่วนร่วม โดย เครือข่ายคนพิการ ญาติ และคณะทำงาน 5 จังหวัด
ดำเนินการ โดย นายอนันต์ แสงบุญ
16.00-16.15 น. มุมมองเเละก้าวต่อไป
โดย ผศ.ดร.พิมพา ขจรธรรม
ประธานคณะกรรมการกำกับทิศทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สสส.
16.15-17.00 น. เวทีลงนามความร่วมมือ( MOU ) ระหว่าง คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยรังสิต
และเครือข่ายศูนย์บริการคนพิการภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง เชียงราย พะเยา และแม่ฮ่องสอน
จำนวน 15 พื้นที่

มุ่งสู่มาตรฐานการให้บริการคนพิการโดยชุมชน
คิด เห็น ทำ อย่างไร ให้ใจเกินร้อย

“คนพิการ” ประชากรกลุ่มเฉพาะที่มีมากกว่า 2 ล้านคนทั่วประเทศ และยังเป็นคนพิการสูงอายุถึงร้อยละ 70 ทั้งในเรื่องของประเด็นและจำนวน จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรปล่อยปละละเลยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสังคมไทยที่กำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์

เราควรให้ความสำคัญและร่วมกันแก้ไขอย่างจริงจัง เพราะในประเทศไทยคนพิการส่วนใหญ่นั้นขาดแคลนทรัพยากรด้านความรู้ ดังนั้นการช่วยเหลือจากหลายภาคส่วน และมุมมองต่อคนพิการที่สังคมไทยยังต้องปรับปรุง จนมีกลุ่มคนเห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับคนพิการจนมาถึงวันนี้ และเกิดเป็นหัวข้อ “มุ่งสู่มาตรฐานการให้บริการคนพิการโดยชุมชน / คิด เห็น ทำ อย่างไร ให้ใจเกินร้อย” โดยมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเครือข่ายคนพิการ ญาติ และคณะทำงาน 5 จังหวัด และยังมีมหาวิทยาลัยรังสิตมาร่วมกันพัฒนา และวิจัยประเด็นทางสังคมนี้อย่างจริงจังเป็นครั้งแรก

คุณจุรีรัตน์ เงินท๊อก ได้ออกมาพูดถึง “ความสำคัญของการจัดทำมาตรฐาน” การที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้ดียิ่งขึ้น หรือดึงศักยภาพด้านต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ต่อตัวคนพิการเองและต่อสังคม โดยองค์กรด้านคนพิการจะยั่งยืนได้ต้องเริ่มต้นจากการพัฒนารากฐานให้เข้มแข็ง โดยองค์กรด้านคนพิการควรปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงจุด ถูกต้อง และรวดเร็ว เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับองค์กรด้านคนพิการที่มีแผนขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ

คุณวาสนา เกษอินทร์ และ คุณปภาวิณี คำโพนงาม ทั้งสองท่านเก็บข้อมูลจากพื้นที่ภายใต้การดูแล แล้วพบว่ามีปัญหาที่คล้ายคลึงกัน และปัญหาเหล่านี้ยังกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ในประเทศ คนพิการต้องพบเจอปัญหาที่ไม่ถูกแก้ไขให้ตรงจุด และถูกปล่อยปละละเลยมาเนิ่นนาน เช่น งบประมาณ ศูนย์ช่วยเหลือคนพิการอยู่ห่างไกล หรือขาดองค์ความรู้ และหวังว่าการประชุมครั้งนี้ จะจุดชนวนให้ชุมชนหันมาให้ความสำคัญกับปัญหาคนพิการ โดยมีภาครัฐเป็นฝ่ายคอยกำกับดูแลให้องค์กรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณอุไร ภักดิ์ศิลป์ หนึ่งในภาคีจากตำบลหัวเสือ หนึ่งในพื้นที่ที่สามารถช่วยเหลือดูแลคนพิการได้อย่างดีเยี่ยม โดยทั้งหมดทั้งมวลนี้เริ่มต้นมาจากความเหนียวแน่นภายในชุมชน มีบุคลากรที่ช่วยเหลือสังคมด้วยใจ มีการเข้าเยี่ยมเพื่อสร้างกำลังใจให้ทั้งตัวคนพิการเอง และญาติของคนพิการ แต่ก็ยังมีประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างการมีคนพิการสูงอายุในพื้นที่สูงถึง 70% คิดจากจำนวนคนพิการทั้งหมด ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และยังต้องการความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

คุณสิริมงคล จันทร์ขาว ครู กศน. ที่งานหลักไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนพิการแม้แต่น้อย แต่สามารถมาเป็นหัวเรือของอำเภอเวียงแหง คุณสิริมงคล จันทร์ขาว ได้ประสานหน่วยงานรัฐ ให้สามารถเข้าช่วยคนพิการในพื้นที่ห่างไกลได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเน้นไปที่ “หลักการของน้ำ” โดยมีการเปรียบเทียบกับน้ำ 3 ชนิด คือ น้ำตก น้ำพุ น้ำนิ่ง เปรียบเหมือนการรับนโยบายจากภาครัฐ และยื่นเสนอปัญหาจากชุมชนกลับสู่รัฐ วนกลับมาเป็นนโยบายที่สามารถใช้งานได้จริง ถือเป็นการ “ยกระดับสู่มาตรฐานศูนย์บริการระดับอำเภอ” ได้ดีเลยทีเดียว

ผศ.ดร. พญ.ศิรินาถ ตงศิริ ได้ออกมาให้ความรู้แก่ผู้ร่วมประชุมเกี่ยวกับหัวข้อ “ทำอย่างไรให้ผ่านมาตรฐานการเป็นศูนย์บริการ” สมาชิกศูนย์ด้านคนพิการจำเป็นต้องวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บมาได้ในแต่ละครัวเรือน เพื่อหาแนวทางการแก้ไขที่ถูกต้อง ถือเป็นการลดระยะเวลาในการเข้าช่วยเหลือ และใช้ทุกทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพราะคนพิการแต่ละคนต้องการความช่วยเหลือแตกต่างกัน มีทั้งด้านการแพทย์ สังคม และการช่วยเหลือด้านชุมชน โดยสมาชิกภายในองค์การต้องทำตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด เพื่อให้คนพิการได้รับความช่วยเหลือที่ตรงจุด และได้รับบริการที่น่าพึงพอใจ

โดยมาตรฐานที่ใช้เป็นเกณฑ์การตัดสินคุณภาพขององค์กรจะอ้างอิงจาก “มาตรฐาน พก.” หลังจากเตรียมเอกสารครบถ้วน หน่วยงานรัฐจะทำการจ้างบุคคลที่สามจาก ISO มาตรวจสอบแต่ละศูนย์ด้านคนพิการ เพื่อให้ตรงตามมาตรฐาน และด้านความโปร่งใส ว่าศูนย์บริการนั้นมีมาตรฐานตามที่หน่วยงานรัฐกำหนดไว้จริง นอกจากนี้เพื่อความยั่งยืนจะมีการประเมินคุณภาพทุก ๆ 3 ปี

 

แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สานพลัง คิด เห็น ทำ อย่างไร ให้ใจเกินร้อย (กระบวนการของคนทำงาน การสร้างพลังใจ การมีส่วนร่วม

คุณอนันต์ แสงบุญ

คุณอนันต์ แสงบุญ ได้กล่าวว่า การที่เราเลือกที่จะมาเป็นหนึ่งในส่วนร่วมช่วยเหลือกลุ่มคนพิการได้นั้น ล้วนแล้วต้องมาจากพลังใจอันเหลือล้น เพราะหน้าที่ของกลุ่มคนเหล่านี้จำเป็นต้องไปเห็นทั้งภาพ เสียง กลิ่นที่อาจไม่พึงประสงค์ ทั้งยังต้องทุ่มแรงกายจนบางวันอาจเหนื่อยล้า แต่ด้วยใจเมตตาอยากช่วยเหลือซึ่งกันและกันทำให้เลือกที่จะมาทำงานเพื่อสังคมในรูปแบบนี้ได้ เพราะเรา “จะไม่ทิ้งใครไว้ด้านหลัง” เป็นการเดินตามวิธีพุทธะและนาโรปะ

ผศ. ดร.พิมพา ขจรธรรม ได้มาพูดถึงการ “มองและก้าวต่อไป” ให้มีประสิทธิภาพ ด้วยหลัก CBR 6×6 หรือหลักการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน มาใช้ร่วมกับแนวคิด ICF หรือการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้ว โดยท่านได้เปรียบเทียบผู้ปฏิบัติงานด้านนี้กับ “เหล่ายอดมนุษย์ Avengers” ที่อยากจะช่วยเหลือผู้คนจากใจจริง และมีความสามารถเฉพาะด้านที่แตกต่างกันออกไป การแบ่งหน้าที่ตามความถนัดจึงเป็นอีกข้อสำคัญที่จะช่วยให้ศูนย์ด้านคนพิการช่วยเหลือคนพิการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ควรที่จะมีทั้งทีมที่รับหน้าที่เบื้องหน้า หรือเรียกกันง่าย ๆ ว่า ทีมหน้าบ้าน เช่น ลงพื้นที่ เก็บข้อมูล ช่วยเหลือคนพิการ กายภาพบำบัดคนพิการ และที่ขาดไปไม่ได้ก็คงจะหนีไม่พ้นทีมหลังบ้าน ที่จะคอยช่วยสนับสนุนให้ทีมหน้าบ้านปฏิบัติหน้าที่ได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมกันเป็นหนึ่งองค์กรที่มีคุณภาพ

ผศ.ดร. นเรฎฐ์ พันธราธร ตัวแทนจากคณะบำบัดมหาวิทยาลัยรังสิตได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมทำหน้าที่เพื่อคนพิการอย่างจริงจังกว่าที่เคยเป็นมา กล่าวว่าทางมหาวิทยาลัยอาจมีงานวิจัยมากมาย แต่ก็ยังไม่เคยมีงานวิจัยเกี่ยวคนพิการที่ทั้งเข้าใจ และเข้าถึงตัวคนพิการจริง ๆ เพื่อให้คนพิการให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้นนี่จึงเป็นการลงนาม MOU ครั้งแรกของทางมหาวิทยาลัยร่วมกับภาคีทุกภาคส่วน

ปัญหาด้านคนพิการในสังคมไทยยังมีอยู่มากมายให้เห็นตามชุมชน ซึ่งถือเป็นภาพที่หลายคนไม่อาจทนเห็นได้อีกต่อไป จนเกิดเป็นศูนย์ด้านคนพิการก่อตั้งกระจายไปในแต่ละพื้น แต่ก็ยังถือว่ามีจำนวนน้อยมาก และยังไม่เพียงพอที่จะช่วยเหลือคนพิการได้อย่างครอบคลุม เพื่อที่จะพัฒนาศักยภาพคนพิการ และมุมมองที่มีต่อคนพิการ การประชุมครั้งนี้ถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยผลักดัน “เสียงที่ไม่ได้ยิน” ให้ดังยิ่งขึ้น และสร้างสังคมที่น่าอยู่ยิ่งขึ้นระหว่างคนพิการ กับคนปกติ เพราะคนพิการก็สามารถมีชีวิตเหมือนคนปกติได้เช่นกัน

บทความ:  งานประชุมวิชาการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน : ประชากรกลุ่มเฉพาะ ครั้งที่ 2 วันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ 2566
โดย บริษัท ออลไรท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

ความคิดเห็น ข้อมูลและบทสรุปที่นำเสนอในห้องย่อย ถือเป็นความคิดเห็นร่วมกันของเครือข่ายในห้องย่อยเท่านั้น
ทั้งนี้ จะถูกรวบรวมและนำไปเสนอเชิงนโยบายต่อไป

Please wait while flipbook is loading. For more related info, FAQs and issues please refer to documentation.


Download
Shares:
QR Code :
QR Code

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Please input comment