มุมมองและข้อเสนอแนะต่อนโยบายด้านสุขภาวะของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 เวลา 10.00 – 16.00 น. ณ True 5G Pro Hub (ชั้น 4 Siam Discovery) และ Lido connect คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ Bangkok Pride ในงานเทศกาล Bangkok Pride 2024 โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนัก 9 จัดเวทีสาธารณะมุมมองและข้อเสนอแนะต่อนโยบายด้านสุขภาวะของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ตลอดจน Interactive Exhibition ที่มาจากผลการวิจัย

เวทีสาธารณะมุมมองและข้อเสนอแนะต่อนโยบายด้านสุขภาวะของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ตลอดจน Interactive Exhibition ที่มาจากผลการวิจัย โดย คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

                          การจัดเวทีครั้งนี้เพื่อนำเสนอข้อค้นพบสำคัญจากงานวิจัย 2 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการการศึกษาสถานการณ์ สุขภาวะทางเพศ สุขภาพจิต และความสัมพันธ์ของกลุ่มประชากรสูงอายุที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย และ โครงการ สร้างสังคม DEE (Diversity, Equity and Empathy) เสนอร่างข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการออกแบบนโยบายได้ร่วมแลกเปลี่ยนให้ข้อเสนอแนะ และร่วมชมนิทรรศการที่ให้ผู้เข้าร่วมได้รับรู้ข้อมูลพร้อมกับสะท้อนตนเองไปด้วย
                           ในงานนี้ได้รับเกียรติเปิดงานโดย คุณภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. ให้คำกล่าวในการเปิดงาน

คุณภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส.

“ทาง สสส. สำนัก 9 ให้ความสำคัญต่อสุขภาวะของประชากรกลุ่มเฉพาะ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความซ้อนทับเชิงอัตลักษณ์ เนื่องด้วยการเป็นผู้สูงอายุโดยทั่วไปแล้วก็มีความท้าทายในการใช้ชีวิต แต่เมื่อเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศแล้วด้วย พวกเขาจะพบความท้าทายใดบ้าง ที่ผ่านมาเรื่องนี้เป็นสิ่งที่พูดกันโดยใช้ประสบการณ์ความรู้สึก แต่ยังขาดข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับประชากรกลุ่มนี้ สสส. จึงเห็นความสำคัญของการมีข้อมูลที่เป็นพื้นฐานเพื่อนำไปสู่การออกแบบและวางแผนนโยบายต่อไปได้อย่างเหมาะสม”

                        รศ.ดร.ฐิติกาญจน์ อัศตรกุล อาจารย์ประจำคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ หัวหน้าโครงการการศึกษาสถานการณ์ สุขภาวะทางเพศ สุขภาพจิต และความสัมพันธ์ของกลุ่มประชากรสูงอายุที่มีความหลากหลายทางเพศ ในประเทศไทย ได้นำเสนอถึงข้อค้นพบบางส่วน ดังนี้

                        “ในส่วนของงานวิจัยเชิงปริมาณ ข้อมูลเชิงสถิติเบื้องต้น พบว่า ผู้สูงอายุ LGBTQIAN+ อาศัยอยู่คนเดียวมีสัดส่วนที่สูงกว่าผู้สูงอายุทั่วไปเกือบ 3 เท่าตัว และยังคงต้องทำงานอยู่กว่าร้อยละ 60 โดยแหล่งรายได้หลักส่วนใหญ่มากจากการทำงาน ซึ่งมีสัดส่วนของผู้ที่ยังทำงานอยู่สูงกว่าผู้สูงอายุทั่วไป 2 เท่าตัว ในขณะที่ผู้สูงอายุทั่วไปมีแหล่งรายได้หลักมากจากการทำงานและบุตรในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน คือ ประมาณร้อยละ 30 ทั้งคู่ แต่ผู้สูงอายุที่มีความหลากหลายทางเพศ มีแหล่งรายได้หลักในการยังชีพที่มาจากการทำงานสูงกว่าร้อยละ 60
ที่น่าสนใจคือ แม้จะยังทำงานอยู่ และแหล่งรายได้หลักมาจากการทำงาน ในสัดส่วนที่สูงกว่าผู้สูงอายุทั่วไปกว่าเท่าตัว แต่เมื่อพิจารณาในรายได้เฉลี่ยต่อปี พบว่า รายได้เฉลี่ยต่อปีตำกว่า 40,000 บาท (ต่ำกว่าเส้นความยากจน) กลับแทบไม่ได้ต่างกันกับผู้สูงอายุทั่วไปเลย (ร้อยละ 47.67 กับ 51.22) อาจสะท้อนได้ว่า แม้พวกเขาจะทำงานหนัก แต่รายได้ยังคงไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี มันอาจมีความเชื่อมโยงกับข้อค้นพบเรื่องประสบการณ์การถูกเลือกปฏิบัติ ที่ผู้สูงอายุที่มีความหลากหลายทางเพศรายงานว่า ตนเองเคยมีประสบการณ์
                        การถูกเลือกปฏิบัติในสถานที่ทำงานสูงที่สุด ทั้งการได้รับความรุนแรงทางกายภาพ เพศ และวาจา การรังแกและคุกคาม ในสถานที่ทำงาน และการถูกเลือกปฏิบัติเมื่อสมัครงาน อาจสะท้อนได้ว่า ประสบการณ์การถูกเลือกปฏิบัติในการทำงานในขณะที่ยังเป็นวัยทำงาน มีผลอย่างมากต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของพวกเขาในยามสูงอายุด้วย” และยังมีข้อค้นพบอื่น ๆ ที่น่าสนใจจากงานนี้ เช่น พฤติกรรมสุขภาพ สุขภาวะทางเพศ และสุขภาพจิต

รศ.ดร.ฐิติกาญจน์ อัศตรกุล หัวหน้าโครงการการศึกษาสถานการณ์ สุขภาวะทางเพศ สุขภาพจิต และความสัมพันธ์ของกลุ่มประชากรสูงอายุที่มีความหลากหลายทางเพศ ในประเทศไทย

                        ผลการศึกษาอีกโครงการยังสะท้อนให้เห็นถึงอคติของสังคมที่มีต่อประชากร LGBTQIAN+ โดย ผศ.สกล โสภิตอาชาศักดิ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ หัวหน้าโครงการ สร้างสังคม DEE (Diversity, Equity and Empathy) ได้นำเสนอข้อค้นพบที่เกี่ยวข้องกับอคติของคนในสังคมที่มีต่อประชาการกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ดังนี้

ผศ.สกล โสภิตอาชาศักดิ์ หัวหน้าโครงการ สร้างสังคม DEE (Diversity, Equity and Empathy)

“ในภาพรวมดูเหมือนประชาชนทั่วไปจะรู้สึกสบายใจที่ต้องปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ เช่น ทำงานร่วมกัน LGBTQIAN+ เป็นหัวหน้างาน หรือการใช้บริหารต่าง ๆ จากกลุ่ม LGBTQIAN+ แต่เมื่อใดก็ตามที่เริ่มเป็นเรื่องที่เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว เช่น มีสมาชิกในครอบครัวคบหากับ LGBTQIAN+ มีคนในครอบครัวเป็น LGBTQIAN+ หรือ ใช้ห้องน้ำร่วมกันกับ LGBTQIAN+ ความสบายใจนั้นจะเริ่มลดลง เมื่อสอบถามความเห็นเกี่ยวกับความเห็นด้วยต่อกฎหมายสมรสเท่าเทียม คนส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่เมื่อลงในรายละเอียดที่เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิของ LGBTQIAN+ เช่น การเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ กลับพบว่าระดับความเห็นด้วยนั้นลดลง”

ผู้ร่วมเสวนา รองศาสตราจารย์ ดร. อานนท์ มาเม้า อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ได้ร่วมให้ข้อคิดเห็นในเชิงกฎหมายเกี่ยวกับนโยบายต่าง ๆ อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิ์ในการตัดสินใจเรื่องสำคัญของคนรัก

รองศาสตราจารย์ ดร. อานนท์ มาเม้า อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

ข้อกฎหมายมีข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคมากต่อคู่รักผู้สูงอายุที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะในเรื่อง
การตัดสินใจ หรือการให้การยินยอมในการรักษาพยาบาลกรณีที่ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว เนื่องด้วยเมื่อยามเข้าสู่วัยสูงอายุ เพิ่มโอกาสการเจ็บป่วยมากขึ้น หรือมีภาวะอัลไซเมอร์ หลายครั้งที่คู่รักอยู่ในจุดนั้นแล้ว แต่ไม่สามารถให้คำยินยอมได้ แพทย์ต้องตามหาตัวญาติแทน ซึ่งบางครั้งญาติแม้จะโดยสายเลือด แต่ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกัน

สำหรับ คุณจารุณี ศิริพันธุ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย และ กองเลขามูฟดิ ได้ร่วมให้ความคิดเห็นต่อประเด็นและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับ LGBTQIAN+ โดยเฉพาะในเรื่องสิทธิในการเข้าถึงการบริการเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศ

คุณจารุณี ศิริพันธุ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย และ กองเลขามูฟดิ (MovED)

“งานหลักที่ มูฟดิ (MoveD) ทำคือ การทำงานเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติ ลดอคติในสังคม ในทุกกลุ่มประชากร
โดยเมื่อได้ฟังข้อมูลจากผลวิจัยที่พบว่าผู้สูงอายุที่มีความหลากหลายทางเพศยังคงมีความต้องการทางเพศอยู่
และมีเพศสัมพันธ์อยู่ เรื่องนี้สะท้อนถึง หากสังคมหรือบุคลากรทางการแพทย์มีอคติว่าอายุมากแล้วไม่มีความต้องการด้านนี้แล้ว ประเด็นการดูแลทางด้านนี้อาจถูกละเลย และทำให้ไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขทางนี้ได้ มิติความรักความสัมพันธ์ของ LGBTQIAN+ ยังไม่ได้จำกัดแค่เรื่องเพศสัมพันธ์เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึง
การกอดการแสดงความรักผ่านการสัมผัสรูปแบบอื่นด้วย”

โดยผู้ร่วมวงเสวนาทั้ง 4 ท่าน ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของนโยบาย และแนวทางก้าวต่อไป โดยเฉพาะเมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่าน ซึ่งย่อมจะมีผลต่อกฎหมายลูก หรือนโยบายต่าง ๆ ของแต่ละหน่วยงานตามมา ดังนั้น แนวทางการทำงานต่อไป จึงควรให้ความสำคัญกับการทำงานกับวิธีคิด อคติ ของคนในสังคม หรือการให้ความรู้ความเข้าใจประชาชนทั่วไป ตลอดจนผู้รับนโยบายไปปฏิบัติ ถึงการมองกลุ่ม LGBTQIAN+ อย่างเคารพความเป็นมนุษย์ของพวกเขา 

นอกจากนี้ คณะผู้จัดงาน ยังจัดนิทรรศการที่ย่อยข้อมูลจากผลงานวิจัย ในรูปแบบ interactive exhibition ที่เน้นให้ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนร่วมกับข้อมูลที่จัดแสดงและสะท้อนตนเอง

เวทีสาธารณะมุมมองและข้อเสนอแนะต่อนโยบายด้านสุขภาวะของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ตลอดจน Interactive Exhibition ที่มาจากผลการวิจัย โดย คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

“ไม่ได้เหยียดนะ แต่...” นิทรรศการที่ย่อยข้อมูล
จาก โครงการ สร้างสังคม DEE (Diversity, Equity and Empathy)

“…แต่ ฉันจะอยู่อย่างไรในยามชรานิทรรศการที่ย่อยข้อมูลจาก โครงการการศึกษาสถานการณ์ สุขภาวะทางเพศ สุขภาพจิต และความสัมพันธ์ของกลุ่มประชากรสูงอายุที่มีความหลากหลายทางเพศ ในประเทศไทย

“ไม่ได้เหยียดนะ แต่...” นิทรรศการที่ย่อยข้อมูลจาก โครงการ สร้างสังคม DEE (Diversity, Equity and Empathy)
“ไม่ได้เหยียดนะ แต่...” นิทรรศการที่ย่อยข้อมูลจาก โครงการ สร้างสังคม DEE (Diversity, Equity and Empathy)
“ไม่ได้เหยียดนะ แต่...” นิทรรศการที่ย่อยข้อมูลจาก โครงการ สร้างสังคม DEE (Diversity, Equity and Empathy)

ทั้งนี้ ภายในงานได้มีภาคีเครือข่าย ตลอดจนประชาชนทั่วไปเข้าร่วมเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกัน ตลอดจนให้ความสนใจในตัวนิทรรศการเป็นจำนวนมาก

สำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และสนใจร่วมตอบแบบสำรวจ เพื่อเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อ
การออกแบบนโยบายต่อไป สามารถตอบแบบสำรวจได้ที่นี่ 

Shares:
QR Code :
QR Code

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Please input comment