ค่าของคนวัดที่อะไร? จากอดีตผู้ต้องขังยาเสพติด สู่อาสาผู้ช่วยชีวิตโควิดในเรือนจำ

ค่าของคนวัดที่อะไร? จากอดีตผู้ต้องขังยาเสพติด สู่อาสาผู้ช่วยชีวิตโควิดในเรือนจำ

ค่าของคนวัดที่อะไร? จากอดีตผู้ต้องขังยาเสพติด สู่อาสาผู้ช่วยชีวิตโควิดในเรือนจำ

.
โรคระบาดร้ายอย่าง COVID-19 นั้น แพร่กระจายอย่างรวดเร็วอีกครั้งหนึ่งในเวฟของสายพันธุ์โอมิครอน มีคนให้นิยามว่า COVID-19 นั้นเป็นโรคที่มีความเท่าเทียม เพราะไม่ว่าคุณจะรวยหรือว่าจะจนโอกาสที่ติดนั้นมีพอๆกัน ซึ่งอาจจะจริงแต่ไม่ทั้งหมด ในเมื่อคนรวยที่ติดเชื้อนั้นมีโอกาสเข้าถึงการรักษาที่ดีกว่า สามารถเข้าถึงวัคซีนทางเลือกที่ต้องจ่ายเงินเองได้มากกว่าคนหาเช้ากินค่ำ
.
แล้วคนที่อยู่ใต้เส้นต่ำสุดของสังคมอย่าง “ผู้ต้องขังในเรือนจำ” พวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างไรในภาวะการณ์ระบาดนี้ จากข้อมูลที่พบล่าสุด คือกระทรวงยุติธรรมเริ่มมีการสนับสนุนให้ผู้ต้องขังได้ฉีดเข็มกระตุ้นเข็มที่ 3ไปเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์มีข่าวคลัสเตอร์ในเรือนจำที่ลำปางมากกว่า 700 เคส ซึ่งจากสภาพความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังที่ถูกจำกัดพื้นที่ และพักอาศัยรวมกัน โอกาสในติดต่อและแพร่เชื้อย่อมมากกว่าโลกภายนอกที่เป็นอิสระ
.
ทางราชทัณฑ์เองก็มีมาตรการในการคัดกรองผู้ต้องขังใหม่ก่อนที่จะส่งตัวเข้าเรือนจำให้มีการตรวจหาเชื้อ ก่อนทีจะส่งตัวเข้าสู่แดนคุมขัง ชีวิตหลังลูกกรงนั้นเป็นโลกที่เราอาจไม่ได้รู้โดยตรง ครั้งนี้เรามีโอกาสคุยกับ “คุณเอ” อายุ42 อดีตผู้ต้องขัง ที่เมื่อออกมาได้ทำงานจิตอาสากับ “กลุ่มเส้นด้าย” เดินทางผิดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดตั้งแต่ยุควัยรุ่นทำให้ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำและแวะเวียนเข้าออกเรือนจำในหลายครั้ง
.
แต่โลกในเรือนจำทำให้เขาเข้าใจสภาพชีวิตความเป็นอยู่ การเลือกปฏิบัติ และเข้าใจชีวิตในการช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ COVID-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ต้องขังเป็นอย่างยิ่ง จากบทเรียนในอดีตชีวิตของคุณเอ อะไรคือสิ่งที่เขาเลือกที่จะมาทำอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ต้องขังในช่วง COVID-19
.
คุณ “เอ” เล่าให้ฟังว่า เริ่มสนใจงานอาสาสมัครกับกลุ่มเส้นด้ายตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโควิด พอทำไปได้สักระยะเริ่มรู้สึกเห็นประโยชน์กับผู้คนเลยขอสมัครเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ของกลุ่มเส้นด้าย แรกๆก็รู้สึกกลัวกับโรคโควิดเพราะเส้นด้ายถือว่าเป็นแนวหน้าเข้าไปกับผู้ป่วยโควิด แต่พอเห็นว่าชีวิตของเราเองก็มีคุณค่าในการต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วยโควิดจึงรู้สึกดีและคิดว่าจะทำประโยชน์ให้มากที่สุดจากงานช่วยเหลือชีวิต
.
ในช่วงระลอกที่โควิดระบาดหนักๆ คุณเอได้เจอเหตุการณ์สะเทือนใจที่ต้องทยอยเก็บศพไร้ญาติที่เสียชีวิตไปฌาปนกิจ คนไทยตายเหมือนใบไม้ร่วง บางศพที่เสียชีวิตแล้วก็ไม่มีคนกล้าเข้าไปเก็บศพเพราะว่าเสียชีวิตจากโควิด ในอีกด้านคุณเอก็มีความห่วงใยต่อผู้ต้องขังและพยายามเข้าไปติดต่อขอเข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยในเรือนจำเช่นเดียวกัน เพราะสภาพของเรือนจำที่คุณเอเคยสัมผัสนั้น ห้องหนึ่งในเรือนจำอาจจะมีคนนอน60 – 80 คนนอนเบียดกัน เกิดโอกาสแพร่ระบาดได้มาก
.
จนได้มีโอกาสเข้าไปทำงานร่วมกับทางเรือนจำบำบัดพิเศษกลาง โดยคุณเอเข้าไปช่วยเหลือในส่วนการคัดกรองของผู้ต้องขังใหม่ว่าใครมีความเสี่ยงของการเป็นโควิด การตรวจATKให้กับนักโทษ จะได้มีการคัดสรรผู้ป่วยแยกออกจากคนไม่ป่วย เพื่อลดการแพร่ระบาดในเรือนจำ สิ่งที่การทำอาสาสสมัครช่วยเหลือโควิดได้เปลี่ยนชีวิตคุณเอไปก็คือทำให้ไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก เห็นว่าชีวิตตัวเองมีคุณค่าที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น
.
สังคมควรมองคนอย่างเท่าเทียมกัน ในการมีโอกาสเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานและชีวิตที่ปลอดภัย โควิดไม่สามารถจบลงได้เพียงเพราะคนที่มีทรัพยากรมากกว่าเอาตัวรอดและได้รับวัคซีนครบ แต่ทุกคนจำเป็นต้องมีภูมิคุ้มกันที่ดี และสิ่งที่สำคัญก็คือการก้าวข้ามอคติว่าชีวิตของแต่ละคนมีค่าไม่เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่ในเรือนจำ หรือคนที่เคยผ่านชีวิตในเรือนจำมาก่อนอย่างคุณเอ และสิ่งที่คุณเอได้เลือกทำในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์นั้นได้บ่งบอกคุณค่าของคุณเองดีที่สุดแล้ว

#Covid19    #โอมิครอน    #ผู้ต้องขัง

.

เเหล่งที่มา        https://www.facebook.com/curiouspeople.me

 

Shares:
QR Code :
QR Code

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Please input comment